จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกัญชาไม่ได้มอบการรักษาเยียวยาต่อมวลมนุษยชาติเพียงเผ่าพันธุ์เดียวบนโลกใบนี้ ในปัจจุบันนั้น วงการวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศได้พัฒนาเทคโนโลยีการรักษาสิ่งมีชีวิตต่างๆ อย่างมากมายและหนึ่งในนั้นเชื่อว่าหลายๆคน ต้องคุ้นเคยหรือมีน้องหมา น้องแมว เป็นเพื่อนซี้คู่ใจอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นงานวิจัยที่ผมนำมาแบ่งปันวันนี้เรียกได้ว่าเป็นโลกของกัญชาแห่งอนาคต คือการเพิ่มโอกาสในการรักษาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆของทุกๆคนให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีความสุขภาพทางกายและใจที่ดี

ในปัจจุบันผู้คนทั่วโลกที่มีสถานะเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่นิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน หรือเป็นสมาชิกในครอบครัว และหนึ่งในกลุ่มผู้คนจำนวนมากนั้นต่างนิยมใช้กัญชาอีกด้วย ทั้งนี้ เราๆต่างทราบว่า CBD หรือ THC มีประโยชน์ทางการแพทย์สูง  ทั้งยังสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดต่างๆได้ จะเป็นไปได้หรือไม่หากเราสามารถเพิ่มโอกาสการรักษานี้แก่สัตว์เลี้ยงของเรา แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันยังมีผลงานวิจัยในเรื่องผลของกัญชาในสัตว์น้อยมาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีเลย เพราะในสหรัฐอเมริกาได้มีการทดสอบการรักษากับน้องหมาและแมวขึ้นมาแล้ว

กัญชา มนุษย์ สุนัข และ แมว

เช่นเดียวกันกับมนุษย์ คำถามของการใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อปรับปรุงส่งเสริมสุขภาพของสุนัขหรือแมวเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเช่นกัน ซึ่งต้องผ่านงานวิจัยอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด ที่ผ่านมาการวิจัยทดสอบในเรื่องนี้เป็นไปอย่างเนิบช้ามากๆ แต่ปัจจุบันนี้ วิทยาศาสตร์ของกัญชาและสัตว์เลี้ยง ก็ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดครั้งใหญ่ เมื่อในเดือนกรกฎาคม ในปี 2018 การศึกษาทางคลินิกครั้งแรกได้ทำการทดสอบ ผลกระทบของกัญชาที่มีต่อ โรคข้ออักเสบในสัตว์เล็ก ได้ถูกตีพิมพ์ใน Frontiers in Veterinary Science วารสารชั้นนำระดับนานาชาติ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้น ถือว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่

การศึกษาวิจัยฉบับนั้น มีข้อว่า “Pharmacokinetics, Safety, and Clinical Efficacy of Cannabidiol Treatment in Osteoarthritic Dogs,” หรือในภาษาไทย คือ "เภสัชจลนศาสตร์ ความปลอดภัยและประสิทธิผลทางคลินิคการรักษาด้วย Cannabonoid โรคข้อเข่าเสื่อมในสุนัข" เป็นผลงานวิจัยของ Dr. Joseph Wakshlag นักวิจัยจาก Cornell University เขาและทีมนักวิจัยได้ทำการวัดผลกระทบของผลิตภัณฑ์กัญชา โดยใช้น้ำมันกัญชาจากบริษัท ElleVet Sciences เพื่อเยียวยาความเจ็บปวดและโรคข้ออักเสบในสุนัขขนาดเล็ก ผลลัพธ์คือ มากกว่า 80% ของสุนัขที่ได้รับการรักษา มีอาการปวดทรมานจากโรคนี้ ลดลงอย่างน่าสนใจ ทำให้สุนัขเคลื่อนไหวได้สะดวก วิ่งและเดิน ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อกล่าวจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่ากัญชาจะเป็นประโยชน์กับสุนัขที่ป่วยบางกลุ่ม แล้วแมวล่ะ?ElleVet ยังคงเป็นบริษัทเดียว ที่ได้ทำการศึกษาทางคลินิกและเภสัชวิทยา โดยยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ของตนเองในการศึกษาระยะยาวเกี่ยวกับแมว เพื่อการควบคุมปริมาณสารของกัญชาอย่างละเอียดและปลอดภัย ผลลัพธ์ที่ได้ พบว่าแมวตอบสนองต่อ Hemp เป็นอย่างดี ส่วนกัญชานั้นยังไม่สามารถระบุปริมาณที่ชัดเจนได้เพราะ แมวตอบสนองต่อกัญชาต่างจากสุนัขมาก นั่นก็เพราะแมวไม่เหมือนสุนัขตัวเล็กๆเลย แมวมีระบบเผาผลาญที่แตกต่างจากสุนัข และยารักษาของสุนัขก็ไม่สามารถใช้กับแมวได้ด้วยเช่นกัน เหตุมาจากความต้านทานและภาวะการทนพิษ ของตับและไตในแมวและสุนัขแข็งแรงไม่เท่ากัน จึงต้องมีศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แต่ทั้งนั้น สิ่งที่ทีมนักวิจัยพบผลทดสอบในแมว ระบุว่ากัญชาสามารถช่วยรักษาความวิตกกังวลและความเครียดในแมวได้ เพราะแมวมีการตอบสนองต่อกัญชาได้ดีกว่าสุนัข และกัญชานั้นยังส่งผลลดอาการเจ็บปวด จากโรคข้ออักเสบและโรคต่างๆได้อีกด้วย แต่ Half-live ของน้ำมันกัญชามีผลอยู่ในแมวเพียง 2 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับสุนัขแล้ว การใช้น้ำมันกัญชาในแมวจึงต้องใช้ปริมาณที่สูงกว่าอย่างมาก จึงต้องทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมในอนาคต

จริยธรรม กฎหมาย และ กัญชา

ถึงจะมีการทดสอบและใช้จริงในสุนัข แต่ก็ยังถือว่าเป็นผลงานวิจัยเพียงชิ้นเดียวที่ได้รับการยอมรับ และงานวิจัยชิ้นเดียวอาจจะทำให้ยังมีน้ำหนักไม่มากพอที่จะทำให้น่าเชื่อถือได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้การวิจัยทางการแพทย์ ยังต้องคำนึงถึงด้านต่างๆ รวมไปถึงด้านจริยธรรมอีกด้วย เพื่อความถูกต้องและประสิทธิภาพที่ดี เพื่อการตัดสินใจเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อสุนัขและแมว (ตามข้อกำหนดการวิจัยทางการแพทย์ 4 ข้อ) และในสหรัฐอเมริกาหัวข้อนี้ถือว่าเป็นประเด็นที่เร่งด่วน เพราะแม้กระทั่งในรัฐแคลิฟอร์เนียที่อนุญาตให้ใช้กัญชารักษาในมนุษย์ได้ แต่ก็ยังมีข้อห้ามไม่ให้ใช้ในสัตว์ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ไม่มีกฎหมายใดในรัฐแคลิฟอร์เนียที่อนุญาตให้สัตวแพทย์ กำหนด แนะนำหรืออนุมัติใช้กัญชาสำหรับการรักษาสัตว์ ถ้าสัตวแพทย์นำมาผนวกใช้และแนะนำ ถือว่ามีความผิด เป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย" จึงต้องมีการทบทวนการอนุญาตหลายต่อหลายครั้ง

“ เกือบทุกอย่างที่กัญชาถูกนำมาใช้ในมนุษย์ จากมุมมองทางการแพทย์ ซึ่งมีศักยภาพอย่างเท่าเทียมกันเมื่อใช้ในสุนัขหรือแมว ความเจ็บปวด อาการอักเสบ โรคไขข้อ โรคระบบทางเดินอาหาร ความเครียด ความวิตกกังวล อาการชัก มะเร็ง เราเห็นประโยชน์ในทุกด้านเหล่านี้" Dr. Gary Richter กล่าว (Dr. Gary Richter สัตวแพทย์ Oakland, CA)

แม้ว่าการวิจัยสำหรับแมวยังคงล้าหลังสุนัข แต่นักวิจัยระดับชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องกัญชา ได้วางแผนที่จะเริ่มศึกษาผลลัพธ์ในแมวอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น ElleVet ได้ทำเริ่มการศึกษาในแมว เพื่อทำการทดสอบการลดความเจ็บปวด และ ทำการทดสอบค่า UTIs ในแมวที่ป่วยเรื้อรัง ให้ได้รับการช่วยเหลือและเยียวความทุกข์ที่แมวต้องเผชิญ

ทิศทาง ของกัญชาต่อสัตว์เลี้ยง

ถึงแม้ว่าจะมีการวิจัยและได้ยื่นข้อเสนอเพื่อพิจารณาทางกฎหมายมาหลายครั้ง ทีมนักวิจัยยังคงเจอปัญหาเรื่องต่างๆอย่างมากมาย แต่เมื่อไม่นานมานี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะข้อกฎหมายในเรื่องความเห็นอกเห็นใจต่อสัตว์ถูกหยิบยกมาพิจารณาใหม่ จึงทำให้เกิดการลงนาม เมื่อวันที่ 29 กันยายน ปีที่ผ่านมา แต่การอนุญาตสั่งจ่ายกัญชาแก่สัตว์นั้นยังคงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆซึ่งจะร่างกฎหมายขึ้นตามมาภายหลัง

กัญชายังคงเป็นตัวเลือกทางการแพทย์ในเชิงบวก สำหรับการรักษาสุนัขและแมว ด้วยเหตุนี้ผู้พิพากษา ผู้เกี่ยวข้อง และกลุ่มนักการเมือง อีกมากมายที่เคยเห็นผลกระทบของยากัญชาในสัตว์โดยตรง จึงไม่มีเหตุผลที่จะค้านหรือห้ามใช้กัญชาในการรักษา เป็นที่น่าน้อยใจอยู่ไม่น้อยในขณะที่ต่างประเทศได้พัฒนาองค์ความรู้ เชิงการแพทย์ของกัญชา เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สยามเมืองยิ้มของเรานั้น ยังคงวุ่นวายอยู่กับเรื่อง . . . . .

Have a nice day :)

Reference