ลักเซมเบิร์ก เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านพิจารณาลดโทษของคดียาเสพติด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขยืนยันแผนที่จะกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่เปิดกัญชาเสรีเต็มรูปแบบ

นาย Etienne Schneider กล่าวว่า "สงครามยาเสพติดที่มีมานานกว่า 50 ปีนั้นไม่ได้ผล การใช้กฏหมายห้ามใช้ยาเสพติดนั้นมีแต่จะทำให้วัยรุ่นสนใจอยากลองมากขึ้น หวังว่าพวกเราจะเปลี่ยนมุมมองใหม่เกี่ยวกับยาเสพติด"

ประชาชนที่อายุมากกว่า 18 ปีขั้นไป ควรมีสิทธิ์ซื้อและใช้ยาเสพติดเพื่อสันทนาการได้ภายใน 2 ปีหลังจากนี้ โดยรัฐบาลจะเป็นคนผลิตและจำหน่ายผ่านหน่วยงานของรัฐเอง

Vianden Castle ปราสาทเก่าแก่ของลักเซมเบิร์กที่มีชื่อเสียง สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11

ร่างกฏหมายน่าจะออกมาให้เห็นรายละเอียดทั้งหมดในสิ้นปีนี้ โดยจะมีรายละเอียดว่าในส่วนของกัญชานั้นจะมีสายพันธุ์ไหนที่จำหน่ายได้บ้าง รวมถึงมูลค่าภาษีของกัญชาว่าอยู่ที่เท่าไหร่

กฏหมายนี้จะอนุญาตให้ซื้อกัญชาได้เฉพาะคนในประเทศเท่านั้นและห้ามคนนอกประเทศซื้อได้ เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อใช้ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ส่วนการปลูกกัญชาเพื่อใช้เองในบ้านก็น่าจะอนุญาตเช่นกัน

ผู้ที่อายุ 12-17 จะไม่โดนโทษถ้ามีกัญชาน้อยกว่า 5 กรัมติดตัว แต่คนที่ทำผิดกฏหมายก็จะยังโดนโทษรุนแรงเช่นกัน เพราะถือว่ากฏหมายได้เปิดกว้างและชัดเจนแล้ว

Etienne Schneider บอกว่าอยากที่จะส่งเสริมประเทศในเครือ EU อื่นๆให้ทำเช่นเดียวกับที่ ลักเซมเบิร์ก กำลังจะทำเช่นกัน โดยรัฐบาลอยากทำข้อตกลงพันธมิตรกับประเทศอื่นๆ อยากให้กฏหมายผ่านสำเร็จภายใน 5 ปี

ถ้ากฏหมายนี้สำเร็จ ลักเซมเบิร์ก จะรวมตัวกับ แคนาดา, อุรุกวัย และอีก 11 รัฐที่กัญชาถูกกฏหมายในสหรัฐอเมริกา เพื่อประชุมและร่วมงานในการควบคุมยาเสพติด "เพื่อใช้ทางการแพทย์ การวิจัย ผลิตจำหน่ายเพื่อการค้า นำเข้า ส่งออก ระหว่างประเทศ รวมถึงกฏหมายอนุญาตจ้างพนักงาน และอนุญาตพกติดตัวได้ในปริมาณที่กำหนด" แน่นอนสิ่งเหล่านี้รวมถึงกัญชาด้วย

ปัจจุบัน ลักเซมเบิร์ก ได้มีการผ่านกฏหมายเรียบร้อยแล้วในการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ รวมถึงได้ลดโทษสำหรับผู้ที่ครอบครองกัญชา แต่ว่าการซื้อขายและผลิตยังคงผิดกฏหมายอยู่

เมื่อปีที่ผ่านมา นาย Etienne Schneider และรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของลักเซมเบิร์ก นาย Félix Braz ก็ได้ไปดูงานการปลูก-ผลิตกัญชา ในโรงเรือนของบริษัท Canopy Growth Corporation ที่ประเทศแคนาดามาแล้วด้วย

อุรุกวัย เป็นประเทศแรกในโลกที่อนุญาตเรื่องการค้าขายกัญชาภายในประเทศแบบถูกกฏหมายเมื่อปี 2013 และ Cananda ก็ทำตามต่อมาในปี 2018

แคนาดา ประชาชนในประเทศสามารถสั่งซื้อกัญชาผ่านเว็บไซต์ส่งถึงบ้านได้ทางเว็บไซต์ที่ดำเนินงานโดยหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

การเดินขบวนเรียกร้องเสีรีกัญชาในเมืองแวนคูเวอร์ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2015

ลักเซมเบิร์ก จะเดินตามรอย แคนาดา โดยอนุญาตให้ครอบครองกัญชาคนละ 30 กรัม ส่วนรายได้จากภาษีของกัญชาจะนำมาลงทุนเพื่อให้การศึกษาประชาชนเกี่ยวกับยาเสพติดและบำบัดผู้ติดยาเสพติด

ตัวแทน 2 คน จากหน่วยงาน NGO(องค์กรพัฒนาเอกชน) ชื่อ Consumer Choice Centre จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้เดินทางไปที่ ลักเซมเบิร์ก เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้คำแนะนำเรื่องการร่างกฏหมายที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัญชา

แต่มี 1 ข้อที่ยังหาข้อตกลงไม่ได้คือ เรื่องจะอนุญาตให้คนสูบในพื้นที่สาธารณะหรือไม่ เพราะการสูบในพื้นที่สาธารณะอาจไปกระทบความรู้สึกกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงกัญชาได้ หรือ ผู้ปกครองที่ไม่อยากให้ลูกเห็น เจ้าหน้าที่รัฐแนะนำว่าอาจจะอนุญาตให้สูบเพียงพื้นที่สาธารณะที่มีการอนุญาตให้สูบเท่านั้น

เนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศที่เปิดกว้างมากที่สุดในยุโรปเรี่องกัญชาทางสันทนาการ ทั้งการครอบครองและจำหน่าย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากัญชาจะถูกกฏหมาย แต่เพียงมีกรอบที่กว้างและชัดเจน ในการจำหน่ายและใช้ภายในประเทศเท่านั้น

ส่วนในประเทศอังกฤษ กัญชาก็ยังผิดกฏหมายอยู่ คนที่โดนจับจะได้โดนลงโทษติดคุกอย่างมาก 5 ปี หรือโดนปรับ หรือ ทั้งจำและปรับ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของรัฐทางอังกฤษ ออกมาสนับสนุนว่าจะไม่จับคนที่ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ หรือ ครอบครองน้อยกว่า 1 ออนซ์(28 กรัม) โดยจะเพียงทำการตักเตือนหรือจ่ายค่าปรับโดยไม่ต้องขึ้นศาล

กัญชา ดอกไม้ธรรมชาติที่อาจกำลังต่อสู้ร่วมกับผู้ที่ต้องการใช้มันไปทั่วโลกในตอนนี้

กัญชา มีสถานะยังไงในประเทศอื่น?

  1. อุรุกวัย (Uruguay) : ถูกกฏหมายใช้เพื่อสันทนาการ ผลิต และ ขาย ตั้งแต่ปี 2013 มาแล้ว มีเฉพาะร้านขายยาที่ขายได้ ทั้งประเทศมีร้านขายยาน้อยกว่า 20 ร้านในประเทศที่มีคน 3.5 ล้านคน ผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาต และ ซื้อได้เพียง 10 กรัม ต่อ สัปดาห์ และมีจำหน่ายเพียง 4 สายพันธุ์
  2. แคนาดา (Canada) : กัญชาถูกกฏหมายตั้งแต่ปี 2018 โดยครอบครองได้คนละ 30 กรัม สำหรับคนที่อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป สามารถซื้อได้จากร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ส่วนในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีร้านสามารถสั่งซื้อได้ทาง Online จากเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาต
  3. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands) : ได้ลดโทษทางกฏหมายเกี่ยวกับกัญชาจนต่ำมาก อัยการมองข้ามเรื่องผิดกฏหมายเหล่านี้ว่าเป็นโทษเล็กน้อยไม่ร้ายแรง ยังไงก็แล้วแต่ กัญชา ก็ยังคงผิดกฏหมายแต่รัฐบาลมีการอนุญาตให้เปิด CoffeeShop เพื่อจำหน่าย โดยห้ามมีกัญชามากกว่า 500 กรัมในร้าน ส่วนตำรวจเองจะไม่จับหากครอบครองไม่เกิน 5 กรัม ส่วนการผลิตยังคงผิดกฏหมาย นั่นก็เป็นปัญหาทำให้ CoffeeShop ถูกบีบให้ร่วมธุรกิจกับกลุ่มตลาดมืด(criminal gangs)
  4. อังกฤษ (United Kingdom) : มีการห้ามเรื่องกัญชามาตั้งแต่ปี 1928 ผู้ที่ครอบครองจะโดนจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนคนที่คนโดนโทษเกี่ยวกับผลิตและจำหน่ายยาเสพติด Class-B (คล้ายกับยาเสพติดประเภท 5 ของไทย) จะโดนจำคุกไม่เกิน 14 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล UK ออกมาสนับสนุนว่าจะไม่จับคนที่ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการที่ครอบครองน้อยกว่า 1 ออนซ์(28 กรัม) โดยจะเพียงทำการตักเตือนหรือจ่ายค่าปรับโดยที่ไม่ต้องขึ้นศาล

ข่าวต้นฉบับ : https://www.theguardian.com/world/2019/aug/07/luxembourg-to-be-first-european-country-to-legalise-cannabis

กัญชา กับสถานะในไทยปัจจุบัน?

กัญชา ถูกควบคุมตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้กัญชา เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เช่นเดียวกับพืชกระท่อม พืชฝิ่น

ผลิต นำเข้า หรือส่งออก : มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 - 1,500,000 บาท
จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย : จำนวนไม่ถึง 10 กิโลกรัม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 40,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ      
ส่วน จำนวนตั้งแต่ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 1,500,000 บาท
ครอบครอง : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เสพ : มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ